Archive for July, 2007

ละครไทย - เกาหลี กับความ(น้ำ)เน่าที่แตกต่าง

Written by NiNeMarK on Jul 30th, 2007 | Filed under: ทั่วไป, หนัง-ละคร

ไปอ่านเจอบทความ  รู้สึกว่ามันก็น่าสนใจดี เลย copy มาลงหมดเลย ลองอ่านดูนะ

แม้จะไม่ฟู่ฟ่าเหมือนกับช่วงเวลา 3 - 4 ปีที่ผ่านมา แต่ก็ต้องถือว่าอยู่ได้ทน อยู่ได้นานทีเดียวครับสำหรับกระแสความนิยมในการตอบรับต่อซีรี่ส์เกาหลีของคนดูละครบ้านเรา
       
        พิจารณาถึง เนื้อหา รวมถึงวิธีการ เล่าเรื่อง ถึงวันนี้เชื่อว่าหลายคนคงจะเริ่มจับทางซีรี่ส์จากแดนกิมจินี้ได้ว่าเป็นไปในลักษณะใด เนื่องจากโดยส่วนใหญ่ก็ล้วนแล้วแต่ยังวนเวียนอยู่กับเรื่องราวของความรัก ตัวเอกที่(เน้น)หล่อ - สวย (โดยเฉพาะเรื่องที่ถูกเลือกซื้อเข้ามาฉายในบ้านเรา) การใช้พล็อตเรื่องของความบังเอิญ(ฟ้าลิขิต)
       
        หรือแม้กระทั่งการเรียกน้ำตา เสียงสะอื้นไห้ด้วยโศกนาฎกรรมและการพลัดพรากของตัวละครที่มีการแซวกันเล่นๆ ว่า ละครเกาหลีทุกเรื่องจะต้องมีตัวละครคนหนึ่งที่ป่วยตาย ไม่พระเอกก็ต้องนางเอก เพื่อนพระเอก เพื่อนนางเอก พ่อพระเอก แม่นางเอก ฯ
       
        แต่ถึงจะเวียนวน ซ้ำซาก จนอาจจะเรียกได้ว่า น้ำเน่า ก็ตาม ทว่าเมื่อเปรียบเทียบระหว่างคุณภาพน้ำเน่าของซีรี่ส์เกาหลีกับคุณภาพความน้ำเน่าของละครไทยแล้ว อย่างไรเสียน้ำเน่าจากแดนกิมจินี้ก็ยังคงสะท้อนเงาจันทร์ได้สวยงาม ผุดผ่อง และหลายมุมจนน่ามองมากกว่าเงาจันทร์ที่สะท้อนอยู่ในน้ำเน่าของ(ละคร)ไทยอยู่ดี

 

       
        สิ่งที่ทำให้ความน้ำเน่าของระหว่างละครเกาหลีกับละครไทยเกิดความแตกต่างกันขึ้นมา โดยส่วนตัวผมว่านอกจากเรื่องของคุณภาพ ความปราณีตและความตั้งใจในส่วนของโปรดักชั่นที่แสดงออกมาให้เห็นอย่างชัดเจนจากความลงตัวของบทเจรจา ภาพ มุมกล้อง แสง สี เสื้อผ้า เครื่องประกอบฉาก เพลง + ดนตรี ประกอบกับการรู้จักใช้ทรัพยากรความงดงามของธรรมชาติที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์อย่างสูงสุดแล้ว
       
        …ที่สำคัญอีกประการหนึ่งก็คือเรื่องของ มุมมอง ของผู้ผลิตที่แสดงให้เห็นถึงความรับผิดชอบต่อสังคมซึ่งส่วนใหญ่จะมุ่งสร้างทัศนะคติในด้านบวก สร้างแรงบันดาลใจในการลุกขึ้นมาแสวงหาความสำเร็จให้กับชีวิตต่อคนดู ขณะที่ของบ้านเราเองจะเน้นไปที่ความหลุดโลก การมุ่งประโลมอารมณ์เป็นหลัก ส่งผลให้ในหลายครั้งเราจะได้ฟังบทสนทนา ได้เห็นพฤติกรรมแบบโอเวอร์แอ็กติ้งของตัวละครที่คนส่วนใหญ่ไม่พูด ไม่ทำกันในชีวิตประจำวัน
       
        มิได้จะบอกว่าละครของเกาหลีนั้นดูจริงจัง เป็นเหตุสมผลไปซะทั้งหมด และไม่มีโอเวอร์แอ็กติ้งนะครับ เพียงแต่ว่าองค์ประกอบโดยรวมต่อสิ่งที่ว่าของเขานั้นมันดูเป็นธรรมชาติ จริงใจ เข้าถึงอารมณ์ และชักนำความรู้สึกได้มากกว่า
  

     
        หากพิจารณาถึงบทสรุปละครไทย เกือบจะทุกเรื่องผมว่าล้วนแล้วแต่สอนให้คนดูได้รับรู้ว่าการทำดีต้องได้ดี ทำชั่วก็ต้องได้ชั่วทั้งนั้นแหละครับ แต่ถามว่ากว่าจะไปถึงบทสรุปที่ว่าตลอดเวลาของเรื่องราวในละครที่ต้องเดินไป ทั้งเด็ก - เยาวชนเอง หรือผู้ใหญ่เอย ที่เฝ้าหน้าจออยู่ต้องเผชิญกับอะไรบ้าง?
       
        ใช่…นางร้ายขี้อิจฉา เพศที่สามที่แว้ดๆ ตัวละครหญิงที่สวมเสื้อผ้าเหมือนไม่ได้สวม การเน้นแต่ความริษยา ไม่ทำมาหากินวันๆ มุ่งแต่แต่งตัวสวย-หล่อไล่จับแต่ผู้ชายผู้หญิง มุกตลกที่เสียดสีและล้อความแตกต่างของท้องถิ่น สำเนียงภาษา ฯลฯ เหล่านี้ที่นอกจากจะไม่ก่อให้เกิดทัศนะในทิศทางบวกแล้ว ใช่หรือไม่ว่าหลายคนเองได้เกิดความชาชินมองถึงเรื่องเหล่านี้เป็นสิ่งที่ปกติธรรมดาไปแล้ว จะทั้งในจอหรือแม้กระทั่งนอกจอเองก็ตาม
       
        ทั้งที่จะว่าไปแล้วด้วยศักยภาพของดารา ทรัพยากรธรรมชาติที่สวยงามและเครื่องไม้เครื่องมือที่มีอยู่ของเรานั้นทำสู้กับเขาได้อย่างสบาย
       
        อ่านคำให้สัมภาษณ์ของตัวแทนจาก จากบริษัท Olive 9 และผู้บริหารของสถานี MBC ที่เป็นผู้วางแผนผลิตละครเรื่อง จูมง ซึ่งฮิตอย่างถล่มทลายที่ประเทศเกาหลี รวมถึงได้กระแสตอบรับที่ค่อนข้างจะดีจากคนดูละครของบ้านเรา ภายหลังจากที่ช่อง 3 เอามาฉายในข่าวหัวข้อ ตามรอย จูมง แล้วย้อนดูผู้จัดละครไทย จาก www.manager.co.th แล้วต้องบอกว่าน่าสนใจ ทั้งการก่อเกิดของละครเรื่องนี้ที่ต้องการหลีกหนีเรื่องราวความรักแบบกุ๊กกิ๊กๆ ด้วยการหยิบเอาเรื่องของประวัติศาสตร์ชาติพันธุ์เข้ามาเกี่ยวร้อย รวมถึงจุดมุ่งหมายของการผลิต

       
        ทุกประเทศก็สำคัญรวมถึงมีวีรบุรุษที่สำคัญของตัวเองทั้งสิ้น อยากให้คนไทยที่ได้ชมละครจูมงได้นึกถึงฮีโร่หรือวีรบุรุษของตนเองในอดีตด้วยว่าพวกเขามีความสำคัญและประวัติศาสตร์ของชาติเราก็สำคัญเช่นกัน จึงอยากให้เป็นตัวสะท้อนและให้แต่ละประเทศหันมาสนใจประวัติศาสตร์ของชาติตนเองมากขึ้นด้วย
       
        คือ อยากให้ผู้ชมเกาหลีและอีกหลายๆ ประเทศเห็นว่า เดิมทีจูมงเป็นคนธรรมดา ไม่เก่ง ไม่โดดเด่น ไม่มีความสามารถอะไรเลย ไม่เก่งทั้งเรื่องบู๊และบุ๋นแต่หลังจากที่เขาได้รู้เรื่องจริงเกี่ยวกับพ่อของตัวเอง เขาก็ตั้งสติได้ และทำให้ตัวเองกลายเป็นซูเปอร์ฮีโร่ในประวัติศาสตร์เกาหลีได้
       
        เป้าหมายของผู้กำกับง่ายๆ เลยคืออยากให้คนทุกเพศ ทุกวัยตั้งสติได้ ให้เรื่องนี้เตือนสติว่าเราทุกคนสามารถเป็นใหญ่ได้ ทุกอย่างอยู่ที่ใจของเรา
       
        อ่านแล้วก็เศร้าครับ
       
        เพราะในขณะที่เกาหลีกำลังเก็บเกี่ยวผลประโยชน์อันเกิดมาจากผลพวงของความใส่ใจในการทำงานอย่างเป็นกรอบเป็นกรำ ทั้งจากการท่องเที่ยว ละครที่ถูกส่งไปขายยังต่างชาติที่ไม่ได้มาเพียงตัวเงินอย่างเดียวเท่านั้น หากแต่ยังรวมไปถึงการรุกคืบทางวัฒนธรรม ประเพณี อันเป็นการปูพรมที่ค่อนข้างจะมั่นคงของผลประโยชน์ซึ่งจะตามมาในระยะยาว
       
        …ปรากฏว่าที่บ้านเราเอง ผู้จัดละครส่วนใหญ่กลับกำลังเดือดเนื้อร้อนใจและคิดหนัก ที่จากนี้ไปจะไม่สามารถทำละครที่มีตัวละครแต่งตัวโป๊ๆ ตบตีกัน ด่ากันแว้ดๆ ได้สะดวกเหมือนแต่ก่อน

ข้อมูลจาก

http://www.manager.co.th

อยากให้ลองมองถึงวันข้างหน้า…..ถ้าหากคนบางกลุ่มมองเห็นแต่ประโยชน์ของตัวเองมากกว่าจะมองเห็นประโยชน์ของคนอื่น


Wii Fit

Written by NiNeMarK on Jul 15th, 2007 | Filed under: Games

ดู Video ตัวอย่างไปแล้วน่าสนใจมากๆเลยไม่รู้ว่าทาง Nintendo คิดออกมาได้ยังไง ทำออกมาได้ดีมากเลยจริงๆ…อย่างนี้ก็อย่ามองเกมส์เป็นเพียงแค่เกมส์อีกต่อไปแล้ว เพราะเกมส์มันกลายมาเป็นกีฬา กีฬาจริงๆเลยเพราะมันมีอะไรให้ทำมากมายเลยจริงๆ ลองนึกเล่นๆไปอีกว่าถ้ามันมีรายการขายสินค้าในทีวีละ ผมว่ามันน่าสนใจมากๆเลยทีเดียว อาจจะกว่าพวกอุปกรณ์ที่เห็นมีขายตามทีวีซะอีก


ทิ้งไว้นาน…

Written by NiNeMarK on Jul 13th, 2007 | Filed under: ทั่วไป

หายไปสักพักเลย…ไม่ได้มาเขียนเรื่องอะไรสักที..ผ่านวันเกิดของตัวเองไปแล้ว อายุก็มากขึ้นไปอีกแล้ว กะว่าจะมาอวยพรวันเกิดให้ตัวเองในเว็ปแต่เน็ตดันเล่นไม่ได้ แถมยังต้องสอบเสียอีก ….

วันที่ 6 กรกฎาคม เป็นคลายวันเกิดของผม อายุก็ เข้าไปปีที่ 21 แล้ว แก่มากขึ้นไปอีกปี คงไม่อยากขออะไรให้กับตัวเอง แต่อยากจะขอให้โลกเราสงบสุขเสียที ไม่เอาโลกเอาแค่ประเทศไทยก็ยังดี….

ถ้าคิดเรื่อง IT อะไรไม่ได้ว่าจะลองมาบ่นเรื่องสังคมน่าจะเข้าทางมากกว่า….


  • Partner links

    Add to Technorati Favorites
    P&T Hosting :: จดโดเมน 300 บาท/ปี :: PHP+Mysql Hosting เริ่มต้นที่ 99 บาท/ปี